วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

เตรียมความพร้อมสำหรับ Windows 8 Deployment ในองค์กร (ตอนที่ 2)

    
สำหรับเครื่องมือตัวต่อมาที่ผมจะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก คือ Application Compatibility Toolkit (ACT) ครับ  จะเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการประเมืนว่า Applications ต่างๆ  ที่มีอยู่ในองค์กรของทุกท่านนั้น รองรับหรือสามารถทำงานกับ Windows เวอร์ชั่นใหม่ๆ  หรือ Windows 8 ได้หรือไม่  ซึ่งขั้นตอนของการทำการประเมิน Applications นี้จะเป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง เพราะองค์กรจะต้องทำงานหรือใช้งาน Applications ต่างๆ  เหล่านี้เป็นประจำ เพราะฉะนั้นมันจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราได้ทำการย้ายหรือเปลี่ยนไปใช้งาน Windows เวอร์ชั่นใหม่แต่ Applications ต่างๆ  ที่องค์กรจำเป็นต้องใช้งานกลับใช้งานไม่ได้ !!!!!
ดังนั้นจึงต้องมีการประเมินเรื่องของ Application Compatibility  ด้วยโดยใช้ ACT เข้ามาจัดการเรื่องราวเหล่านี้ให้ครับ โดยท่านผู้อ่านสามารถทำการดาวน์โหลด  ACT ใข้งานกันได้ฟรีเช่นกันครับ  โดยท่านผู้อ่านสามารถทำการ Download ได้จาก Link นี้ครับ, http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=7352
โดย ACT จะมีหลักการทำงานคร่าวๆ  ดังรูป ด้านล่างครับ
โดย ACT จะทำการรวบรวมข้อมูล Applications ต่างๆ  จากเครื่อง Desktop ของผู้ใช้งานจากนั้นจะนำเอาข้อมูลที่ได้นั้นไปทำการวิเคราะห์ และจากนั้นจะนำไปทดสอบเพื่อทำรายงานว่า Applications1 เหล่านั้นๆ  รองรับและทำงานกับ Windows 8
ได้หรือไม่ พร้อมกับแนวทางการแก้ไขครับ  รูปต่อมาเป็นผลลัพธ์ที่ได้หลังจากที่ ACT ได้ทำการวิเคราะห์แล้ว
ผมขออธิบายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยสำหรับเรื่องราวของ ACT ครับ  ในแง่ของการติดตั้งนั้นเราจะต้องมีเครื่องต่างหากสำหรับติดตั้งเป็น ACT Server และจะต้องทำการติดตั้ง ACT Agent ไปที่เครื่องของผู้ใช้งานที่เราต้องการ เพื่อให้ Agent ทำการดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Applications ต่างๆ  แล้วส่งไปยัง ACT Server เพื่อทำการรวบรวมและทำการวิเคราะห์ต่อไปครับ  สำหรับผลลัพธ์ที่ได้จากการ ACT นั้นหาก Application ตัวใดที่รองรับหรือสามารทำงานร่วมกับ Windows 8 ได้  ท่านผู้อ่านก็จะมีข้อมูลและมีความมั่นใจว่า Application ดังกล่าวสามารถทำงานได้  แต่สำหรับในกรณีที่ Application บางตัวไม่สามารถทำงานร่วมกับ Windows 8 ได้ เราก็จะต้องหาทางแก้ไข เช่น อาจจะต้องนำเอา Solution อื่นๆ  เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น Desktop Virtualization, Application Virtualization เป็นต้น ซึ่งเป็น Solution ที่ทาง Microsoft ได้เตรียมพร้อมเอาไว้สำหรับลูกค้าของทาง Microsoft ที่ต้องการแก้ไขปัญหา Application Compatibility ครับ


Designing Phase
จะเป็น Phase ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและออกแบบ Images เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำ Desktop Deployment   สำหรับ Images ที่ท่านผู้อ่านจะต้องทำการออกแบบนั้นจะเป็น Image ของทาง Microsoft ครับ  เรียกว่า “Windows Imaging ” ซึ่งมีนามสกุล .WIM    โดยส่วนใหญ่ผมเชื่อว่าเมื่อเราพูดถึงการทำ Image เครื่องมือที่ทุกท่านคุ้นเคยและนิยมใช้กันมากคือ Ghost ซึ่งมีนามสกุลเป็น .GHO 

ซึ่งการใช้งาน Ghost ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น Image ที่ได้จากการทำ Ghost จะได้เฉพาะกับเครื่องโมเดลนั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นหลายๆ  องค์กรจำเป็นจะต้องมีหลายๆ   Images ก็เนื่องจากสาเหตุนี้ล่ะครับ  อีกทั้งเมื่อต้องการเพิ่มเติม Patches หรือ Drivers ต่างๆ  เข้าไปใน Image เดิม ก็จะต้องทำการ Re-Deploy Image กลับมาก่อนจากนั้นจึงทำการเพิ่มเติม Patches หรือ Drivers ต่างๆ เข้าไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยทำการ Capture Image กลับ  ซึ่งทำให้เสียเวลาในการดูแลและจัดการ Images ฯลฯ  และท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ครับว่า  ถ้าผมบอกว่าผมมีเครื่องมือต่างๆ  ที่ช่วยทำให้การสร้าง, ดูแลและจัดการ Images ให้กับทุกท่านได้สะดวก มีความยืดหยุ่นและง่ายดายมากขึ้น โดยเฉพาะสามารถจัดการปัญหาต่างๆ  ที่ผมได้ยกตัวอย่างเอาไว้ตอนต้น  

และเครื่องมือที่ว่านี้ทาง Microsoft ได้เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ   และที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ ไม่ค่อยมีใครรู้จักเครื่องมือเหล่านี้ครับ  และนี่ก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งครับ  ที่ผมได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้ทุกท่านได้ทราบว่ามีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยท่านในการประเมิน, วางแผน และทำ Desktop Deployment  ที่ทาง Microsoft ได้เตรียมเอาไว้และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ 

โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม.....









 
 
 

 

 

 
 

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

Windows 8.1 Features ที่น่าสนใจ

     สวัสดีครับทุกท่านสำหรับบทความต่อนี้ผมจะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจใน Windows 8.1 ที่กำลังจะมาในเดือนตุลาคมนี้ครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับฟีเจอร์ต่างๆ  ของ Windows 8.1 กันครับ


1. Workplace Join

เป็นฟีเจอร์ที่ทางไมโครซอฟท์เตรียมไว้ให้กับองค์กรที่ต้องซัพพอร์ตและจัดการกับ BYOD (Bring Your Own Device) ครับ เพราะในปัจจุบัน เริ่มมีหลายๆ องค์กรแล้วครับ ที่อนุญาตให้พนักงานหรือผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์หรือดีไวซ์ของตัวเอง แล้วเข้าถึงข้อมูลหรือทรัพยากรต่างๆ  ภายในองค์กรครับ ปัญหาที่ทางไอทีต้องเจอ คือ อุปกรณ์หรือเครื่องของผู้ใช้งานเหล่านั้นไม่ได้ Joined เข้าโดเมนครับ จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือทรัพยากรต่างๆ  ได้ เหมือนกับเครื่องที่ทางองค์กรได้เตรียมไว้ให้  เพราะฉะนั้นทางไมโครซอฟท์ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว และได้ใส่ฟีเจอร์ “Workplace Join” มาให้ใน Windows 8.1 เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถทำดีไวซ์ของตัวเองหรือ BYOD มาทำการ Register ผ่านทาง Portal เพื่อจะให้ทาง IT กำหนดหรือให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลหรือทรัพยากรต่างๆ  และยังสามารถกำหนดนโยบาย Policies ได้ด้วย โดยที่ดีไวซ์หรืออุปกรณ์เหล่านั้นไม่ต้องทำการ Join เข้าโดเมน  ดังรูปด้านล่างครับ


และทาง IT สามารถที่จะยกเลิกการรีจีสเตอร์ (Unregistered) ดีไวซ์ เมื่อพนักงานคนนั้นลาออกจากบริษัท หรือมีการละเมิด Policy ที่กำหนด 
2. Work Folders
 

เป็นฟีเจอร์ที่อาศัยการทำงานร่วมกับระหว่าง Windows 8.1 และ Windows Server 2012 R2 ครับ  โดยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Sync ข้อมูลไปยังดีไวซ์ของตัวเอง โดยผมอยากให้ท่านผู้อ่านนึกถึงการใช้งาน SkyDrive หรือ Dropbox  โดยเมื่อผู้ใช้งานสร้างไฟล์ต่างๆ  ขึ้นมันจะทำการ Sync ข้อมูลไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่อยู่ในเซิรฟเวอร์ใน Data Center   โดยฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ผู้ใช้งานสามารถทำการเก็บข้อมูลไว้ในดีไวซ์ของตัวเองและทำการ Sync ข้อมูลดังกล่าวนี้ไปเก็บใน Data Center โดยอัตโนมัติ โดยหลักการการทำงานของ Work Folders จะคล้ายกับ SkyDrive หรือ Dropbox  ดังที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้  นอกจากนี้ Work Folders   ยังสามารถใช้งานหรือทำงานร่วมกับ 3rd Party Folder Replication แอพพิเคชั่นอื่นๆ ได้ด้วย  และ Work Folders ทำงานร่วมกับ Workplace Join   ดังรูป
และรูปต่อมาเป็นการติดตั้ง Work Folders  Roles ซึ่งเป็น Server Roles ใหม่ใน Window Server 2012 R2 ครับผม
 
3. SkyDrive Integration
ใน Windows 8.1 ได้ทำการ integrated เข้ามาในระบบปฏิบัติการให้เลย เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องทำการติดตั้งซอฟท์แวร์หรือ Components ใด ๆ  เพิ่มเติม  แต่การ Integration ดังกล่าวจะเป็นทางเลือก  โดยให้ท่านผู้อ่านเลือกว่าต้องการใช้ SkyDrive Integration หรือไม่  ดังรูปด้านล่างครับ
ถ้าท่านผู้อ่านตกลงที่จะใช้ SkyDrive Integration  ก็จะเห็นมันใน File Explorer ดังรูป
และถ้าหากเราไม่ต้องการใช้ SkyDrive Integration เราสามารถทำการ Disable ได้โดยใข้ Group Policy  โดยไปที่ Local Group Policy  โดยให้ท่านผู้อ่านกดปุ่ม Windows + R  เพื่อเรียก Run เมนู จากนั้นให้พิมพ์ gpedit.msc ดังรูปครับ
 
จากนั้นให้ไปที่ Computer Configuration\Administrative Templates\Windows Components\SkyDrive ดังรูป



 จากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Prevent the usage of SkyDrive for file storage จากนั้นให้เลือก Enable ดังรูปด้านล่างครับ



4. 3-D Printer Support
Windows 8.1 เป็นระบบปฏิบัติการตัวแรกที่ supported Desktop 3-D Printers เหมือนกับ Makerbot หรือ Solidoodle  โดย Windows 8.1 ได้เตรียม Driver และ API มาให้เหมือนกับ 2-D Printer ปรกติทั่วไป   การใช้งานก็ทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกับเวลาเราสั่งพิมพ์เอกสารจาก Microsoft Word ครับ

 5. Wi-Fi Direct Printing
ด้วย Windows 8.1 สามารถทำการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi Printers โดยไม่ต้องติดตั้งไดร์เวอร์หรือซอฟท์แวร์ใดๆ เข้าไปใน Windows 8.1  โดยการเชื่อมต่อดังกล่าวจะมีรูปแบบที่เป็น Peer-to-Peer เน็คเวิรค์ระหว่างดีไวซ์ของคุณกับ Printer ครับ

6. Windows Defender
เป็น Antivirus Solution ฟรีที่ Built-In มาให้ใน Windows เวอร์ชั่นก่อนๆ  และได้ใน Windows 8.1 ได้เพิ่ม Network Behavior Monitoring เข้ามาเพื่อช่วยในการตรวจสอบและหยุดยั้ง Malware  และยังช่วย Internet Explorer 11 ในการตรวจสอบค้นหาและหยุดยั้ง Code ที่น่าสงสัย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ครับ


7. Broadband Tethering
สามารถกำหนดให้ Windows 8.1 Mobile Broadband-Enable PC หรือ Tablet ให้ทำหน้าที่เป็น Personal Wi-Fi Hotspot และอนุญาตให้ดีไวซ์หรืออุปกรณ์ต่างๆ  มาเชื่อมต่อเพื่อเข้าสู่ Internet ได้ 

8. Open MDM
ใน Windows 8.1 ได้เตรียม  OMA-DM API Agent เพื่อสามารถให้ทำการจัดการ Windows 8.1 ดีไวซ์ต่างๆ  ด้วย Mobile Device Management Products ต่างๆ  เช่น Mobile Iron หรือ Air Watch เป็นต้น

และนีคือฟีเจอร์ต่างๆ  ที่น่าสนใจที่ผมหยิบยกมานำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกัน และถ้าท่านใดอยากลองเล่น Windows 8.1 สามารถทำการดาวน์โหลดมาเล่นไปพลางๆ  ก่อนที่เวอร์จริงจะออกมาครับ 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


 

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

System Center 2012 R2 Configuration Manager New Features

     สวัสดีครับทุกท่าน เนื่องด้วยช่วงนี้ผมได้มีการสอน System Center 2012 Configuration Manager (ConfigMgr) ให้กับลูกค้าไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ และนอกจากนี้ผมกำลังเตรียมทดสอบ System Center 2012 R2 Configuration Manager ด้วย จึงถือโอกาสนี้ทำการ Updated New Features ที่ผมคิดว่าน่าสนใจให้ทุกท่านได้ทราบกันก่อนครับผม  โดยมีรายละเอียดังนี้ครับ

- Support กับ Windows 8.1 พร้อมกับสามารถติดต้้ง ConfigMgr Client หรือใช้ MDM Agent
  ในการบริหารและจัดการ เนื่องด้วย Windows 8  และ 8.1 สามารถทำงานและรันอยู่ใน Devices
   หลากหลายครับ
- MDM (Mobile Device Management) สามารถทำงานร่วมกับ Workplace Join ใน Windows 8.1
- MDM Enrollment สามารถได้โดยใช้ ConfigMgr และ Windows Intune
- Support การทำงานร่วมกับ Work Folders ใน Windows 8.1
- สามารถทำ Provisioning VPN, WiFi Profiles
- Support การทำ Selective Wipe สำหรับ Windows 8.1, Windows 8.1 RT, iOS และ Android
- MAC OS X Enrollment สามารถทำผ่าน Client User Interface แทนการใช้ Scripts
- ในส่วนของ Monitoring Workspace สามารถติดตามหรือ Track  Content Distribution Status ของ DP
- มีรายงานในส่วนการใช้งาน DP เพิ่มเข้ามาให้และการทำ Pull DP
- สามารถทำ Re-assign Clients ระหว่าง ConfigMgr Sites ที่อยู่ภาย Hierarchy เดียวกัน
- OSD Enhancements, รองรับ Windows 8.1 และ Windows Server 2012 R2
- RBA สำหรับ ConfigMgr Reporting
- ทุกๆ  Alerts รองรับ Email Notification

จริงๆ แล้ว ConfigMgr 2012 R2 ยังมี Features ใหม่ๆ มากกว่านี้อีกนะครับ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูใน Link นี้ครับ, http://technet.microsoft.com/en-us/library/dn236351.aspx

เอาไว้ในโอกาสต่อไป ผมจะลงในรายละเอียดของ New Features ที่ผมได้บอกเอาไว้ข้างต้นครับผม.....